<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติเมืองพิชัย ประวัติพระยาพิชัยดาบหัก &#187; ประวัติเมืองพิชัย</title>
	<atom:link href="http://phichai.com/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://phichai.com</link>
	<description>อำเภอพิชัย  ประวัติเมืองพิชัย ประวัติพระยาพิชัยดาบหัก</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Aug 2010 09:20:35 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ประวัติเมืองอุตรดิตถ์</title>
		<link>http://phichai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://phichai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 00:16:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประวัติเมืองพิชัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://phichai.com/?p=246</guid>
		<description><![CDATA[สมัยก่อนประวัติศาสตร์
สมัยโบราณก่อน   พ.ศ. 1000 ยังไม่มีตัวอักษรใช้กัน  แต่อุตรดิตถ์มีคนอาศัยอยู่แล้วเพราะหลักฐานจากการ    ค้นพบภาพเขียนสีโบราณบนหน้าผาเขาตาพรหม หลังที่ว่า    การอำเภอทองแสนขันและกลองมโหระทึกทำด้วยทองสัมฤทธิ์ ที่ตำบลท่าเสา  อำเภอเมือง   อุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. 2470 ทำให้    เราทราบว่าอุตรดิตถ์เป็นดินแดนที่มีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ก่อน พ.ศ. 1000  แล้ว ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมัยก่อนประวัติศาสตร์</strong><span><br />
สมัยโบราณก่อน   พ.ศ. 1000 ยังไม่มีตัวอักษรใช้กัน  แต่อุตรดิตถ์มีคนอาศัยอยู่แล้วเพราะหลักฐานจากการ    ค้นพบภาพเขียนสีโบราณบนหน้าผาเขาตาพรหม หลังที่ว่า    การอำเภอทองแสนขันและกลองมโหระทึกทำด้วยทองสัมฤทธิ์ ที่ตำบลท่าเสา  อำเภอเมือง   อุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. 2470 ทำให้    เราทราบว่าอุตรดิตถ์เป็นดินแดนที่มีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ก่อน พ.ศ. 1000  แล้ว   เพราะโบราณวัตถุที่ค้นพบดังกล่าวเป็นโลหะ    ที่มีใช้กันอยู่ในยุคสัมฤทธิ์หรือยุคโลหะตอนต้นอันเป็นยุคก่อน    ประวัติศาสตร์นั่นเอง</span></p>
<table border="0" width="764">
<tbody>
<tr>
<th width="298" scope="row"><img src="http://www.uttaradit.go.th/history/4.jpg" alt="" width="245" height="150" /></th>
<td width="456">
<p align="left"><strong>สมัยสุโขทัย</strong><br />
<span>ในสมัยสุโขทัยท้องที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์    ได้มี การตั้งเมืองขึ้นหลายเมือง เช่น  เมืองฝางหรือเมืองสวางคบุรีเป็นเมืองที่มีชื่อปรากฏในศิลาจารึกของกรุง สุโขทัย  เมื่อคราวที่พระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัยได้ทรงสร้างพระมหาธาตุที่นคร ชุม   ตอนท้ายของศิลาจารึกได้กล่าวถึง  เมืองฝางซึ่งเป็นเมืองหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย    และยังเป็นเมืองต่อมาจนถึงสมัยอยุธยาปัจจุบันเมืองฝางอยู่ในท้องที่<br />
อำเภอเมืองอุตรดิตถ์  จากการพบตัวเมืองและสถูปมีลักษณะเดียวกับเมืองโบราณสมัยสุโขทัย  นอกจากนี้ในกฎหมาย ลักษณะลักพา   ครั้งรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่ง  กรุงศรีอยุธยา   มีชื่อเมืองทุ่งยั้งอยู่ในทำเนียบด้วย ปัจจุบัน  อยู่ในท้องที่อำเภอลับแล   เมืองโบราณอีกเมืองหนึ่ง คือ เมืองตาชูชก  มีแม่น้ำ น่านเป็นคูเมืองธรรมชาติ   มีคำบรรยายลักษณะเมืองในศิลา  จารึกสุโขทัย   ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอตรอน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0" width="764">
<tbody>
<tr>
<th width="307" scope="row"><img src="http://www.uttaradit.go.th/history/6.jpg" alt="" width="280" height="175" /></th>
<td width="447">
<p align="left"><strong>สมัยกรุงศรีอยุธยา</strong><br />
<span>ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองสร้างกรุง ศรีอยุธยา   เมื่อ พ.ศ. 1893 ปรากฏ เมืองขึ้นถึง 16 เมือง ในจำนวนนี้    มีเมืองพิชัยซึ่งอยู่ในท้องที่อุตรดิตถ์ ในปัจจุบันรวมอยู่ด้วย สมัยสมเด็จ    พระนเรศวรมหาราชเมื่อทรงยกทัพขึ้น ไปขับไล่ทหารพม่าทางหัวเมืองเหนือ    พระยาสวรรคโลกและพระยาพิชัย แข็งเมืองไม่ยอมเกณฑ์กำลังไปช่วย    สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงจับตัว เจ้าเมืองทั้งสองประหารชีวิต และกวาด    ต้อนผู้คนพลเมืองมายังเมืองพิษณุโลกจนสิ้น</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table style="height: 277px;" border="0" width="764">
<tbody>
<tr>
<th width="307" scope="row"><img src="http://www.uttaradit.go.th/history/9.jpg" alt="" width="174" height="224" /></th>
<td width="447">
<p align="left"><strong>สมัยกรุงธนบุรี</strong><br />
<span>เมื่อปีพ.ศ.   2315  สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี โปสุพลา แม่ทัพพม่า    เมื่อเดินทัพผ่านเข้ามาใกล้ชายแดนไทยก็แบ่ง กองทัพเข้ามาตีเอาเมืองลับแล    และยกทัพเลยเข้ามาตีเมือง พิชัย ขณะนั้นไพร่พลเมืองพิชัยยังมีน้อย    พระยาพิชัยจึงรักษา เมืองไว้ และขอกำลังเมืองพิษณุโลกขึ้นไปช่วย เจ้าพระยา    สุรสีห์ก็รีบเกณฑ์กองทัพขึ้นไปยังเมืองพิชัยตีค่ายพม่า    พระยาพิชัยยกออกมาตีกระหนาบอีกด้าน กองทัพพม่า  ต้านทานไม่ไหวก็แตกหนีไปต่อมา   พ.ศ. 2316 โปสุพลาแม่ทัพพม่ายกทัพตีเมือง  พิชัยอีก แต่ฝ่ายไทยรู้ตัวก่อน   เจ้าพระยาสุรสีห์กับพระยาพิชัย  ชวนกันยกกองทัพซุ่มสกัดทัพพม่า เมื่อกองทัพ    พม่ายกมาถึงเจ้าพระยาสุรสีห์กับพระยาพิชัยออก ระดมตีได้รบกันเป็นสามารถ    ฝ่ายไทยได้ที่ชัยภูมิ ได้เปรียบพม่าตีทัพโปสุพลาแตกกลับไป การรบ    ครั้งนี้เมื่อเข้าประจัญบาน พระยาพิชัยถือดาบ สองมือเข้าไล่ฟันพม่าจนดาบหัก    เลื่องลือชื่อ เสียงถึงเรียกชื่อกันว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”   แต่นั่นมา</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0" width="764">
<tbody>
<tr>
<th width="307" scope="row">
<table border="0" width="200">
<tbody>
<tr>
<th scope="row"><img src="http://www.uttaradit.go.th/history/21.jpg" alt="" width="280" height="202" /></th>
</tr>
<tr>
<th scope="row"></th>
</tr>
</tbody>
</table>
</th>
<td width="447">
<p align="left"><strong>สมัยรัตนโกสินทร์</strong><br />
<span>ช่วงรัชกาลที่   3 เมืองพิชัย  ได้กลายเป็นหัวเมือง สำคัญ    ได้เมืองขึ้นแผ่ขยายเขตแดนออกไปถึงเมืองเวียงจันทร์ จดแม่น้ำโขง    ต้องตรวจตรารักษาการเมืองแพร่และเมืองน่าน    ตลอดจนเมืองหลวงพระบางอันเป็นเมืองหน้าด่าน ขณะเดียวกัน    กับตำบลบางโพท่าอิฐซึ่งอยู่ติดแม่น้ำน่าน อันเป็นแม่น้ำสำคัญ    สายเดียวที่ใช้ติดต่อค้าขายขึ้นมาได้สะดวกถึงเมืองเหนือด้วย    เหนือขึ้นไปสายน้ำตื้นเขินมากมายไปด้วยเกาะแก่ง จึงเป็นที่    รวมสินค้าจากเมืองหลวงพระบาง เมืองแพร่ เมืองน่าน    ตลอดจนแคว้นสิบสองปันนาก็นำสินค้าพื้นเมืองเดินบกลงมา    จำหน่ายแล้วส่งต่อล่องใต้ไปจนถึงกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2430    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า    ที่ตำบลบางโพท่าอิฐคงจะเจริญต่อไป ในภายหน้า    ด้วยเป็นทำเลการค้าอย่างดีริมแม่น้ำน่าน ราษฎร  ก็อพยพเข้ามาอาศัยอยู่มากขึ้นทุกปี   จึงโปรดให้ตั้งเป็นเมือง อุตรดิตถ์  อันหมายถึง เมืองท่าแห่งทิศเหนือ และโปรดให้    อุตรดิตถ์เป็นเมืองขึ้นของเมืองพิชัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2442    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ย้าย    ศาลากลางเมืองพิชัยไปตั้งบังคับบัญชาที่เมืองอุตรดิตถ์    เวลานั้นอุตรดิตถ์ได้กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่กว่าเมือง พิชัยเสียอีก ปี พ.ศ.  2458   จึงโปรดให้เปลี่ยน นามเมืองพิชัยเป็นเมืองอุตรดิตถ์เป็นต้นมา  จนปัจจุบัน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://phichai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพลงพระยาพิชัยดาบหัก</title>
		<link>http://phichai.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://phichai.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Apr 2010 14:24:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประวัติเมืองพิชัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://phichai.com/?p=174</guid>
		<description><![CDATA[เพลงพระยาพิชัยดาบหัก 

ดาบในมือเกรียงไกร หัวใจทนงสูงส่งอาจหาญ
เหล่าไพรีใดราญ ก็โลดทะยานนำหน้าสู้รบ
เกียรติภูมิ-ภูมิใจ พระยาพิชัยชายชาตินักรบ
หมู่ภัยพาล-พานพบ ก็ย่อมเป็นศพสยบสิ้นดี
ดาบนี้&#8230;สมเกียรติศักดิ์ศรี
ฟันฟาดไพรี รักษาชาติไทย
หักคามือลือชา สมญาลือเลื่องนับเนื่องสมัย
ปลุกวิญญาณคนไทย พระยาพิชัยดาบหักวีรชน
………………………………………………..
ดาบนี้&#8230;สมเกียรติศักดิ์ศรี
ฟันฟาดไพรี รักษาชาติไทย
หักคามือลือชา สมญาลือเลื่องนับเนื่องสมัย
ปลุกวิญญาณคนไทย พระยาพิชัยดาบหักวีรชน
………………………………………………
ปลุกวิญญาณคนไทย พระยาพิชัยดาบหักวีรชน
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff0000;">เพลงพระยาพิชัยดาบหัก </span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff0000;"><br />
<a href="http://phichai.com/wp-content/uploads/2009/10/pichai.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-71" title="พระยาพิชัยดาบหัก" src="http://phichai.com/wp-content/uploads/2009/10/pichai.jpg" alt="พระยาพิชัยดาบหัก" width="210" height="287" /></a>ดาบในมือเกรียงไกร หัวใจทนงสูงส่งอาจหาญ<br />
เหล่าไพรีใดราญ ก็โลดทะยานนำหน้าสู้รบ<br />
เกียรติภูมิ-ภูมิใจ พระยาพิชัยชายชาตินักรบ<br />
หมู่ภัยพาล-พานพบ ก็ย่อมเป็นศพสยบสิ้นดี<br />
ดาบนี้&#8230;สมเกียรติศักดิ์ศรี<br />
ฟันฟาดไพรี รักษาชาติไทย<br />
หักคามือลือชา สมญาลือเลื่องนับเนื่องสมัย<br />
ปลุกวิญญาณคนไทย พระยาพิชัยดาบหักวีรชน<br />
………………………………………………..<br />
ดาบนี้&#8230;สมเกียรติศักดิ์ศรี<br />
ฟันฟาดไพรี รักษาชาติไทย<br />
หักคามือลือชา สมญาลือเลื่องนับเนื่องสมัย<br />
ปลุกวิญญาณคนไทย พระยาพิชัยดาบหักวีรชน<br />
………………………………………………<br />
ปลุกวิญญาณคนไทย พระยาพิชัยดาบหักวีรชน</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://phichai.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติเมืองพิชัย</title>
		<link>้http://www.estour.com</link>
		<comments>้http://www.estour.com#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2009 06:51:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประวัติเมืองพิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดอุตรดิตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอพิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองพิชัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://phichai.com/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[
เมืองพิชัยในอดีตได้ปรากฏในพงศาวดารเหนือ และพงศาวดารหลายตอน สำหรับในพงศาวดารเหนือปรากฏอยู่ในเรื่องพระยาแกรกตอนหนึ่งว่า เจ้าไวยยักษาเป็นผู้ได้สร้างเมืองพิชัย แต่ทว่าเรื่องพระยาพิชัยในพงศวาดารเหนือเป็นตำนานเล่าต่อกันมาเท่านั้น ซึ่งเชื่อกันว่าเหตุการณ์ในเรื่องคงจะตรงกับสมัยสุโขทัยหรือก่อนสุโขทัย ก็ได้ ซึ่งในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวถึงพระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893 ปรากฏว่ามีเมืองขึ้นด้วยกันถึง 16 เมือง ในจำนวน 16 เมืองนั้นมี &#8220;เมืองพิชัย&#8221; รวมอยู่ด้วย แสดงว่าเมืองพิชัยเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาแล้ว
ศาลพระยาพิชัยดาบหัก หน้าวัดหน้าพระธาตุ อำเภอพิชัย
ต่อมา พ.ศ. 2033 ได้มีการก่อกำแพงเมืองขึ้นซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในปี พ.ศ. 2127 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพ พระองค์ทรงขับไล่กองทัพพม่าทางหัวเมืองเหนือ ปรากฏว่าพระยาสวรรคโลกและพระยาพิชัยแข็งเมือง ไม่ยอมเกณฑ์กำลังไปช่วย พระองค์จึงยกกองทัพเข้าตีเมืองสวรรคโลกและเมืองพิชัย จับพระยาสวรรคโลกและพระยาพิชัย มีรับสั่งให้ประหารชีวิตทั้งสองคนและกวาดต้อนพลเมืองลงมายังเมืองพิษณุโลกจนสิ้น
ต่อมาในสมัยธนบุรี ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://phichai.com/wp-content/uploads/2009/10/home-pichai33.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-93" title="ประวัติเมืองพิชัย" src="http://phichai.com/wp-content/uploads/2009/10/home-pichai33-300x180.jpg" alt="ประวัติเมืองพิชัย" width="300" height="180" /></a></p>
<p>เมืองพิชัยในอดีตได้ปรากฏในพงศาวดารเหนือ และพงศาวดารหลายตอน สำหรับในพงศาวดารเหนือปรากฏอยู่ในเรื่องพระยาแกรกตอนหนึ่งว่า เจ้าไวยยักษาเป็นผู้ได้สร้างเมืองพิชัย แต่ทว่าเรื่องพระยาพิชัยในพงศวาดารเหนือเป็นตำนานเล่าต่อกันมาเท่านั้น ซึ่งเชื่อกันว่าเหตุการณ์ในเรื่องคงจะตรงกับสมัยสุโขทัยหรือก่อนสุโขทัย ก็ได้ ซึ่งในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวถึงพระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893 ปรากฏว่ามีเมืองขึ้นด้วยกันถึง 16 เมือง ในจำนวน 16 เมืองนั้นมี &#8220;เมืองพิชัย&#8221; รวมอยู่ด้วย แสดงว่าเมืองพิชัยเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาแล้ว<br />
ศาลพระยาพิชัยดาบหัก หน้าวัดหน้าพระธาตุ อำเภอพิชัย</p>
<p>ต่อมา พ.ศ. 2033 ได้มีการก่อกำแพงเมืองขึ้นซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในปี พ.ศ. 2127 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพ พระองค์ทรงขับไล่กองทัพพม่าทางหัวเมืองเหนือ ปรากฏว่าพระยาสวรรคโลกและพระยาพิชัยแข็งเมือง ไม่ยอมเกณฑ์กำลังไปช่วย พระองค์จึงยกกองทัพเข้าตีเมืองสวรรคโลกและเมืองพิชัย จับพระยาสวรรคโลกและพระยาพิชัย มีรับสั่งให้ประหารชีวิตทั้งสองคนและกวาดต้อนพลเมืองลงมายังเมืองพิษณุโลกจนสิ้น</p>
<p>ต่อมาในสมัยธนบุรี พระเจ้ากรุงธนบุรีจะเสด็จไปตีเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2314 พระองค์ได้ไปตั้งประชุมทัพหลวงที่เมืองพิชัย ต่อมา พ.ศ. 2315 โปสุพาลา แม่ทัพพม่าไปตีได้เมืองหลวงพระบาง ให้ซิกชิงโบนายทัพพม่ายกมาตีเมืองลับแลแล้วเลยมาตีเมืองพิชัย พม่าตั้งค่ายอยู่ที่วัดเอกา ขณะนั้นเมืองพิชัยมีรี้พลน้อย พระยาพิชัยได้ตั้งมั่นรักษาเมืองแล้วขอกองทัพเมืองพิษณุโลกขึ้นไปช่วย กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (เมื่อยังเป็นเจ้าพระยาสุรสีห์) เสด็จยกกองทัพเมืองพิษณุโลกขึ้นไปช่วยได้รบกับพม่าเป็นสามารถ พระยาพิชัยถือดาบสองมือคุมพลทหารออกไล่ฟันพม่าจนดาบหักจึงได้สมญาว่า &#8220;พระยาพิชัยดาบหัก&#8221; แต่นั้นมา ทำให้กองทัพพม่าแตกพ่ายหนีไป</p>
<p>จนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองพิชัยได้เป็นเมืองสำคัญขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เพราะเมื่อเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์เป็น ขบถ กองทัพจากกรุงเทพฯ ยกขึ้นไปปราบปราม และโปรดให้เลิกอาณาเขตศรีสัตนาคนหุตไม่ให้มีดังแต่ก่อน เมืองพิชัยได้หัวเมืองขึ้นหลายเมือง ขยายเขตแดนออกไปถึงแม่น้ำโขง ต้องตรวจตรารักษาการทางเมืองแพร่ เมืองน่าน ตลอดจนเมืองหลวงพระบาง</p>
<p>ต่อมาเมืองพิชัยเสื่อมลง เนื่องจากราษฎรอพยพไปอยู่ตำบลท่าอิฐ (ซึ่งเป็นที่ตั้งตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ในปัจจุบันนี้) จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งตำบลท่าอิฐเป็นเมืองขึ้นเรียกว่า เมืองอุตรดิตถ์ และโปรดให้เป็นเมืองขึ้นของอำเภอพิชัย ซึ่งในตอนนั้นเมืองพิชัยแบ่งการปกครองออกเป็น 5 เมือง คือ เมืองอุตรดิตถ์ เมืองตรอน เมืองลับแล และเมืองน้ำปาด</p>
<p>ใน พ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศาลากลางเมืองพิชัยไปตั้งที่เมืองอุตรดิตถ์โดยยังไม่ได้เปลี่ยนไปใช้ ชื่อเมืองอุตรดิตถ์ แต่ใช้ชื่อ &#8220;เมืองพิชัย&#8221; อยู่ เพิ่งเปลี่ยนชื่อมาเป็น &#8220;เมืองอุตรดิตถ์&#8221; เมื่อปี พ.ศ. 2458 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ส่วนพื้นที่อันเป็นที่ตั้งเมืองพิชัยเก่า โปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่า อำเภอพิชัย เรื่อยมาจนปัจจุบันนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>้http://www.estour.com/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
